อาจเป็นเพราะกำลังมองหาตู้หนังสือใหม่ ตู้หนังสือเก่าก็เลยถูกเปิดออกมาตรวจสอบสินค้าภายใน ผมก็เลยพบหนังสือพิเศษเล่มหนึ่ง สมุดเฟรนด์ชิบ สมัยประถม

 

เล่มนี้อายุเกือบยี่สิบได้ ไม่รู้เด็กเดี๋ยวนี้ยังรู้จักกันอยู่รึเปล่า? นิยามสั้นๆของมันก็คือ หนังสือที่มีกันคนละเล่ม ส่งให้เพื่อนในห้องเขียนอะไรก็ได้ถึงกันและกัน เพราะเราจะต้องแยกย้ายกันไปเรียนต่อที่อื่นแล้ว 

 

ใครก็เคยเป็นเด็ก ผมก็เคยเป็นเด็ก ดังนั้นผมมีสมุดอย่างนี้อยู่หนึ่งเล่มตามที่ว่าไว้ข้างต้น 

 

เปิดไปก็ยิ้มไป ผมคิดว่าถ้าพวกคุณมี พวกคุณเปิดไปก็ต้องยิ้มไป ในนั้นมีคนเขียนให้ผมซักยี่สิบคนได้มัง ห้าคนยังคบกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เดี๋ยวกินเหล้าด้วยกันรอบหน้าจะเอาไปเปิดให้พวกมันดู คงขำกันขี้กระจาย 

 

เด็กทุกคนมักอวยพรคล้ายๆกัน อย่างเช่น ขอให้เรียนเก่ง ขอให้ได้เรียนต่อที่ดีๆ ขอให้รวย ขอให้ได้แฟนสวยๆ ทุกคนอวยพรให้เรียนเก่งๆ ไม่มีสักคนขอให้เป็นคนดี ถึงจะเป็นเรื่องของเด็ก แต่มันก็สื่ออะไรได้หลายอย่างพอผมย้อนกลับมามองในวันนี้

 

อันที่จริงผมว่าทุกวันนี้ มันก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ดีนั่นแหละ คนไทยชอบคิดว่าการศึกษาเป็นเรื่องของเด็กเท่านั้น และผลการเรียนบุตรธิดาก็เป็นหน้าตาของผู้ปกครอง เด็กที่มีความสามารถทางด้านอื่นๆ มักถูกมองข้ามโดยปริยาย โดยมากเด็กที่มีความสามารถทางด้านกีฬามักถูกมองเป็นพวกก้าวร้าวด้วยซ้ำไป

 

บางทีผมไม่ควรวิจารณ์การศึกษาไทย เพราะผมเองก็ไม่มีปัญญาแก้ไขให้มันดีกว่านี้ แต่ผมก็ขอถือสิทธิ์ที่ผมเองก็เป็นส่วนนึงของผลผลิตการศึกษาประเทศนี้ แล้วพบว่าตัวเองโลกทัศน์ตีบตันเมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาของชาติอื่นๆ

 

ผมพึ่งรู้ว่าการศึกษาไทยล้มเหลวก็หลังจากเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งในเรื่องมาตรฐานและคุณภาพ คนไทยมักถูกสอนให้รอการอุปถัมภ์ก่อน ช่วยเหลือตัวเองทีหลัง ไม่ยอมรับในความแตกต่าง และไม่กล้าคิดหรือกระทำในสิ่งที่แตกต่าง (ในทางสร้างสรรค์) ก็เพราะการศึกษาเราไม่ได้ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นอย่างนั้น

 

นั่นไม่ได้หมายความว่าผมเสียใจที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่าเสียดาย ทั้งผมและเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสที่ดีกว่านี้ต่างหาก ก่อนที่เรื่องราวจะมีสาระจนเกินควร เราจะเปลี่ยนหัวเรื่องคุยกันดีกว่า

 

เด็กนั้นเป็นผ้าขาว อาจมีแต่ผมตอนเป็นเด็กที่ผ้าไม่ได้ขาวอย่างที่มันควรจะเป็น ย้อนมองกลับไปมักพบว่าตัวเองมีความคิดอุตริ และหยาบช้าเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ดีที่แม้ยังเด็กผมยังรู้จักเลือกแสดงออกในสิ่งที่คนรอบข้างต้องการเห็น ถ้าที่ที่ผมเกิดไม่ใช่ครอบครัวนี้ บางทีผมอาจเป็นโจรอย่างที่เวลาตกฟากเขาว่าไว้ก็ได้นะ สมัยมัธยมครูที่โรงเรียนยังสอนผมข้อหนึ่ง จำได้ถึงทุกวันนี้ หากเรียนที่นี่แม้เป็นโจร ก็ต้องเป็นหัวหน้าโจร นึกแล้วก็ขำ ครูอะไรวะสอนนักเรียนอย่างนี้ จำติดหัวมาถึงทุกวันนี้เลย

 

โรงเรียนผมผลิตหัวหน้าโจรมาก็เยอะนะ เฮ่อ... ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเลวร้ายอย่างหน้าหนังสือพิมพ์หรือไม่ แต่ที่โรงเรียนผมกลับเชิดชูไว้ในฐานะศิษย์เก่าผู้ยอดเยี่ยม ทั้งที่ไม่รู้ว่ายอดเยี่ยมในด้านไหน ก็มันเป็นซะอย่างนี้ล่ะ ...น่านวนกลับมาเรื่องเดิมได้ไงเนี่ย

 

สงสัยวันนี้จะเขียนแต่เรื่องไม่ร่าเริงซะแล้ว พอแต่เพียงนี้ก่อนน่าจะดีกว่า

 

 

ราตรีสวัสดิ์

 

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic