“พวกเราชนะแล้ว!!!” ประโยคจากญาติผู้ใหญ่คนนึงของผมระเบิดออกมากระแทกรูหูของผมเข้าไปเต็มๆ
คงเป็นเรื่องจริงที่ประเทศเราคงต้องไปแข่งขันกับกัมพูชา หรือ พม่า ลาว
เหตุการณ์ครั้งนี้ที่กลุ่มคนหนึ่งกล่าวอ้างถึงชัยชนะ แต่ในความคิดผม พวกเขากลับบรรจงเหยียบย่ำฟางเส้นสุดท้ายให้ขาดลงต่างหาก พวกเขาตัดสินใจก่อหายนะให้เกิดขึ้นแล้ว ซ้ำร้ายพวกเขาดูมีแนวโน้มจะปฎิบัติมันให้หนักหน่วงขึ้นไปอีก
ผมไม่เห็นได้รับการอธิบายถึงเหตุผลในปฎิบัติการครั้งนี้เลย ว่าทำเพื่ออะไร? อะไรคือความหมายของชัยชนะ? ผมเห็นแต่การยั่วยุให้เกิดความรุนแรง การยั่วยุนำไปซึ่งหนทางที่เลวร้ายยิ่งกว่าในแง่ของการพัฒนาชาติ
การบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิครั้งนั้สร้างความเสียหายมากมายจนมิอาจประเมินเป็นตัวเลข ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเลอะเทอะราวกับเอาโคลนสาดลงไป อีกนานเท่าไหร่ถึงจะทำความสะอาดกลับมาได้ เอาแค่สะอาดในระดับเดียวกับวันก่อนหน้าการบุกยึดก็พอ สามปีผมว่ายังน้อยไปเลย
ปฎิบัติการครั้งนี้ ย่อมส่งผลให้บุคลากรในด้านงานบริการตกงานอีกจำนวนหนึ่ง อาจเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ในเมื่อเศรษฐกิจประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยงานบริการและการท่องเที่ยว ประชาชนที่ประกอบการค้าอื่นย่อมกระทบต่อเนื่องกันตามลำดับ หากจะมีคนอดตายเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย อาจเป็นยุคนี้ก็ได้ ยุคมืดของการปกครอง
คงเป็นเรื่องจริงอย่างที่สุดว่า ปีหน้าเศรษฐกิจประเทศไทยควรย่ำแย่ยิ่งไปกว่านี้ ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้แบกรับการกระทำของคนกลุ่มหนึ่ง ณ.วันนี้ผมคงต้องใช้คำ “กล่าวอ้างว่าเพื่อชาติ” ผมเครียดมากกับการทำความเข้าใจในจุดประสงค์ของคนกลุ่มนี้ ยิ่งพิจารณายิ่งรับข้อมูลยิ่งพบว่า พวกเขาไกลออกจากคำว่า “เพื่อชาติ” ทุกขณะ หลายคนคงได้เริ่มตั้งคำถามแล้ว ว่าแล้วเขาทำเพื่อใครล่ะ?
ธุรกิจที่ผมประกอบการ ย่อมได้รับผลกระทบทางตรงจากการปิดสนามบิน แน่นอนผมปวดกะโหลกกับเรื่องนี้ไม่เบา แต่พอผมคิดถึงผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยว กลับพบว่าผมไม่ควรค่าแก่การกลัดกลุ้มเลยจริงๆ
ทุกคนมีสิทธิ์ในการนึกถึงปากท้องของตัวเอง แต่ไม่มีใครมีสิทธิ์กล่าวอ้างว่าปากท้องของตัวเองต้องมาก่อนผู้อื่น
หากเปรียบสถานการณ์เป็น กระดานหมากรุก
สองฝ่ายกำลังชิงจังหวะ กันเขม็งเกลียว
การปฎิวัติ คือ กรรมการเสื้อเขียวถีบกระดานให้หล่นจากโต๊ะแล้วเริ่มเล่นใหม่
ฝ่ายรัฐมีเปรียบอยู่นิดๆ ตรงที่ฝีมือเหนือกว่า เล่นกระดานใหม่ก็ดูมีภาษีเหนือกว่า ฝ่ายต่อต้านย่อมรู้ตัวเองอยู่อยู่เหมือนกัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ปราถนาเสียเวลาเล่นกระดานใหม่ มันเปลือง!!! เกมกระดานนี้จึงไม่ควรมีผลเสมอ มันต้องมีผลแพ้ชนะเท่านั้น การชนะหรือแพ้ย่อมนำไปสู่ทางออก
ผมเชื่อว่าฝ่ายรัฐกำลังรอจังหวะปิดเกม เขาจะเคลื่อนไหวในอีกสามถึงสี่ตาข้างหน้า ฝ่ายต่อต้านต้องหาทางพลิกเกมให้ได้ภายในสามสี่ตาเดินนี้ วิธีหนึ่งที่เขาคิดได้คือยัดเบี้ยเพิ่มให้ฝ่ายรัฐ พร้อมกับป่าวประกาศต่อธารกำนัลว่าฝ่ายรัฐโกงเบี้ย ต้องถูกปรับแพ้ เกรงว่าหมากกระดานนี้แม้แต่ทารกยังคาดเดากลโกงออก นับประสาอะไรจะเขวี้ยงหม้อก้นดำให้กรรมการเสื้อเขียวแบก ตอนนี้กรรมการถอยห่างไปไกลโขพร้อมประกาศงดเว้นการถีบกระดานเสียด้วยซ้ำไป
รุกฆาต !!!
ผมก็คิด ก็เห็นอย่างคุณ
สองฝ่ายนั้น ได้แต่พูดคำว่า "เพื่อชาติ" ซ้ำซาก จนอยากสำรอก
แต่สุดท้าย เบื้องลึก ทำเพื่อคนบางคน ชนบางกลุ่ม แค่นั้นเอง
ผมเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองเสียเหลือเกินครับ!
ไม่ต้องดูที่ไหน แค่อ่านจากไดอารี่ของเพื่อนๆ ในนี้ มีตั้งหลายคนที่เดือดร้อน ทั้งๆที่ ใช้ชีวิตตามปกติสุขมาตลอด
แต่ .. ไม่มีแม้คอมเม้นท์ขอโทษจากคนที่บอกว่า "เพื่อชาติ" เลยสักนิด
แต่ในไดอารี่ที่เขียนด่าว่าพวกเขา กลับมีคน "เพื่อชาติ" ไปชี้แจงเสียยืดยาว
สลดใจจริงๆ คะ
เจอกับสถานการณ์ในเมืองไทยก่อนยึดสนามบินก็ยากมากๆๆที่จะทำให้ได้เท่าเดิม
เห็นสถานการณ์ตอนนี้ แล้วไม่อยากจะคิดถึงปีหน้า
เฮ้อออ...
ได้แต่ภาวนา ให้เรื่องร้ายที่เกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไป. . . สักที
แต่ก้อคงเป็นความหวังลมๆแล้งๆ
แค่นี้เศรษฐกิจประเทศก็แย่มากพอแล้ว
เซ็งจริงๆ :(